make-food

เปรียบเทียบการทำอาหารสมัยก่อนกับการทำอาหารในปัจจุบัน

make-food-

สมัยก่อน

ประเทศไทยในสมัยก่อน เป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ในทางด้านทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่า เป็นอู่ข้าวอู่น้ำหล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศ คนไทยสมัยก่อนมีความคิดในการทำอาหารอย่างสร้างสรรค์ มีการนำพืชผักสมุนไพรที่หาได้ง่าย มาปรุงให้เป็นเมนูอาหารอันโอชะรับประทานภายในครอบครัว วิถีการใช้ชีวิตของคนไทยในอดีตสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ  ที่คนไทยในสมัยก่อนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อายุยืน ไม่เจ็บป่วยง่าย ก็เพราะนำสมุนไพรในท้องถิ่น ซึ่งมีสรรพคุณในการรักษาโรค รวมทั้งเป็นสมุนไพรบำรุงร่างกายมาปรุงเป็นอาหารอีกด้วย ในสมัยโบราณ ครอบครัวไทยจะนั่งทานอาหารกับพื้น ใช้ผ้าสะอาดๆ หรือเสื่อปูรองก้น สมาชิกภายในครอบครัวก็จะนั่งล้อมวงกัน คดข้าวใส่จาน วางสำรับอาหารไว้ตรงกลางวง มีช้อนกลางของแต่ล่ะถ้วย เพื่อความสะอาดของกับข้าวและกินอาหารด้วยมือ ด้วยท่าทางสุภาพ ไม่มูมมาม ยัดๆ เข้าไป โดยมีขันหรือจอกน้ำ เตรียมใช้ล้างมือจากการที่มีเศษข้าว เศษอาหารติดด้วย

ในสมัยสุโขทัย ซึ่งถือว่าเป็นยุคทองของประเทศไทย ได้มีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศมากขึ้น ไม่ว่าจะทั้งชาวตะวันตกหรือชาวตะวันออก จากบันทึกของชาวต่างชาติเหล่านี้ จึงพบว่าคนไทยทำอาหารกินกันในครัวเรือนเป็นกิจวัตร กินอาหารแบบเรียบง่าย และยังคงมีเนื้อปลาเป็นเนื้อสัตว์หลัก เน้นทั้งอาหารต้มและแกงต่างๆ การทำอาหารไทยในสมัยก่อนต้องเป็นคนที่มีใจรักจริงๆ เพราะอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เครื่องไม้เครื่องมือยังไม่มีเหมือนสมัยนี้ ต้องใส่ใจทำทุกขั้นตอนแบบห้ามพลาด ถือว่าเป็นเสน่ห์ปลายจวักที่ยากหาใครมาเทียม

make-foods

ปัจจุบัน

ในปัจจุบันด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าทั้งชายหรือหญิงล้วนต่างออกมาทำงานหาเงินนอกบ้าน แค่ทำงานวันทั้งวันก็หมดเวลาแล้ว เพราะฉะนั้นคนในสมัยนี้ต้องพึ่งอาหารสำเร็จรูปอย่างแกงถุง ข้าวแช่แข็งหรือฝากท้องไว้กับร้านอาหารต่างๆ ถ้าถามว่ายังมีคนทำกับข้าวอยู่ไหมก็ต้องตอบได้เลยว่า ยังมีอยู่เพียงแต่อาจมีฝีมือไม่ถึงขั้น ทำแค่พอทานได้ ไม่ได้เลิศรสอะไร เพราะสมัยนี้มีตัวช่วยในการทำอาหารเยอะมาก เช่น ผงต้มยำ, กะทิกล่อง, ผงลาบ เป็นต้น อาจไม่ได้เหมือนสูตรตำหรับโบราณแบบแป๊ะๆ นอกจากนี้ค่านิยมการบริโภคอาหารของคนไทยในปัจจุบันส่วนมาก ล้วนใช้วิถีชีวิตการกินอาหารประเภทอาหาร fast food ซึ่งรับมาจากวัฒนธรรมแบบตะวันตก การบริโภคอาหารเหล่านี้เป็นประจำ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงในการที่จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น ไขมันในเส้นเลือด, โรคเก๊า , โรคอ้วน เป็นต้น

About the author: admin